การแข่งขันมวยสากล ณ ปาร์ก เดส์ เอ็กซ์โปซิติยง เดอ ปารีส นอร์ด วิลเลอปานต์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
รุ่นแบนตัมเวท 54 กิโลกรัมหญิง “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ เจ้าของเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2023 ที่อินเดีย ลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ขึ้นชกรอบ 16 คนสุดท้าย ดวลกับ วิดัด เบอร์ทัล จากโมร็อกโก วัย 24 ปี ที่ได้เป็นตัวยืน เป็นดีกรี 3 แชมป์ ประจำปี 2023 ทั้งแชมป์แอฟริกา คัพ, แชมป์อาหรับคัพ และแชมป์แอฟริกาแชมเปียนชิพ
ในรอบแรก เฟี้ยว เอาชนะ ซารา เซอร์โควิช จากเซอร์เบีย 4-1
ยกแรก เฟี้ยว เลือกชกแบบย่างสามขุมเข้าไป และอาศัยจังหวะสอง นำ 3-2
ยก 2 เบอร์ทัล รู้ตัวว่าเป็นรองปรับแผนเดินหน้าเข้าใส่ แต่โดน เฟี้ยว ดักฮุคดี ๆ หลายครั้ง และจิ้มซ้ายนำเข้าเป้า อย่างไรก็ตามมีหมัดชุดของ เบอร์ทัล เข้าเป้า หมดยกกรรมการให้ออกเสมอ 2-2
ยกสุดท้าย ทั้งคู่แลกกันได้อย่างสูสี สุดท้ายกรรมการยกให้นักมวยจากโมร็อกโกชนะไป หวุดหวิด 3-2
ภายหลังการชกเฟี้ยว เปิดเผยว่าเกมการชกเป็นไปอย่างสูสีอย่างมากเพียงแต่ว่าในยกที่ 3 เชื่อว่าตัวเองชนะได้แต่เมื่อการตัดสินออกมาเป็นแบบนี้ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“อนาคตนั้นยังไม่ตัดสินใจ แม้ว่า โอลิมปิกคือสิ่งที่ปรารถนามาทั้งชีวิตแต่เมื่อโดนการตัดสินแบบนี้บ่อยๆเข้าสภาพจิตใจนักกีฬาอย่างหนูก็เจ็บปวดอย่างมาก”
จากนั้น เฟี้ยว ก็ร้องไห้ออกมาท่ามกลางการปลอบใจของคณะนักมวยและสื่อมวลชนไทย
ทางด้าน พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนมวยหญิง เปิดเผยว่า วันนี้ทุกอย่างทำได้ตามที่วางแผนเอาไว้ แต่ยอมรับว่ามวยคู่นี้สูสีกันมากสามารถยกออกไหนก็ได้แต่ก็ยังติดใจที่ยกที่ 3 เราควรจะชนะมากกว่าแพ้
“ ผมรู้สึกว่าเรามีโอกาสที่จะชนะมากกว่า เราทำได้ตามแผนทุกอย่างแต่เกมเป็นไปอย่างสูสีทั้งสองฝั่งชกไม่จะแจ้งทั้งคู่ด้วย ทำให้มันเบียดอย่างมาก ก็ต้องยอมรับการตัดสิน เพียงแต่ว่าติดใจในยกที่ 3 เท่านั้น“